จากกรณีเกิดชาย วัย 35 ปี มีอาการคลุ้มคลั่งถือมีดพร้า บุกกุฏิ เจ้าอาวาสวัดโคกโพธิ์ ตำบลท่าแค อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง ก่อนไปฟันต้นบอนสี และต้นไม้ราคาแพงเสียหายนับแสนบาท รวมถึงสุนัขที่พระเลี้ยงไว้ ได้รับบาดเจ็บนั้น ทางด้าน ดร.สาธิต ปรัชญาอริยะกุล เลขาธิการและผู้อำนวยการสมาคมป้องกันการทารุณสัตว์แห่งประเทศไทย (TSPCA)
ได้แสดงความคิดเห็นส่วนตัวถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า เป็นเรื่องที่น่าห่วงใยถึงความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินไม่ว่าจะเป็นตัวเจ้าอาวาส พระในวัด รวมถึงฆราวาส และชีวิตสัตว์ที่อาศัยภายในวัด กรณีการฟันหัวสุนัข "เจ้าสิงห์โต" ถูกหัวจนเลือดอาบนั้น การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายลักษณะการกระทำการอันเป็นการทารุณสัตว์โดยไม่มีเหตุอันสมควร
ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปีปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตาม พระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557 มาตรา 3 ประกอบมาตรา 20 และมาตรา 31 สำหรับอาการคลุ้มคลั่งนั้น เรื่องดังกล่าวก็ต้องพิจารณาถึงสาเหตุหลักของอาการว่าเกิดจากอะไรกันแน่ เช่น การกระทำผิดในขณะจิตบกพร่อง
โรคจิตหรือจิตฟั่นเฟือน หรือเกิดจากอาการมึนเมา โดยบ่อยครั้งในการกระทำความผิดมักจะมีการยกขึ้นกล่าวอ้างเพื่อไม่ให้ต้องรับโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 65 และมาตรา 66 นั้น ซึ่งเรื่องดังกล่าวก็ต้องพิสูจน์พฤติการณ์แห่งข้อเท็จจริงและเจตนาของผู้กระทำความผิดเป็นเช่นไร เช่น อาจจะดูจากประวัติทางการรักษาทางจิต อาการป่วย
ที่สำคัญต้องดูลักษณะอาการและพฤติกรรมของผู้กระทำว่า ในขณะกระทำความผิด ยังสามารถรู้ผิดชอบชั่วดี หรือยังสามารถบังคับตนเองได้บ้างหรือไม่ ถ้าเป็นลักษณะอาการที่ยังพอรู้สึกตัวยังมีเจตนาที่กระทำความผิดเช่นนี้ ผู้กระทำความผิดต้องยังคงต้องรับผิดตามกฎหมายนั้น แต่ทั้งนี้ก็อยู่ที่ดุลพินิจของศาลอาจจะลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้
สำหรับความผิดนั้นเพียงใดก็ได้ แต่ถ้าอาการคลุ้มคลั่งเกิดขั้น ด้วยอาการมึนเมาเพราะเจตนาเสพสุราหรือสิ่งเมาอย่างอื่น เช่น เสพยาบ้าจนหลอนแล้วกระทำลงไป พอหายเมาแล้วมาอ้างว่ากระทำลงไปเพราะไม่สามารถรู้ผิดชอบหรือบังคับตนเองไม่ได้ จะยกเป็นข้อแก้ตัวเพื่อไม่ให้ต้องรับผิดไม่ได้ เป็นต้น ทั้งนี้หากผู้กระทำความผิดเป็นผู้มีจิตบกพร่องจริง บุคคลใกล้ชิดก็ควรเอาใจใส่ดูแลไม่ควรละเลย ให้ไปสร้างความเสียหายเดือดร้อน ให้กับชีวิตร่างกายและทรัพย์สินผู้อื่น
รวมถึงชีวิตสัตว์ด้วย โดยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 429 กำหนดว่าบุคคลใดแม้ไร้ความสามารถเพราะเหตุเป็นผู้เยาว์ หรือ วิกลจริตก็ยังต้องรับผิดในผลที่ตนทำละเมิด บิดามารดาหรือผู้อนุบาลของบุคคลเช่นว่านี้ย่อมต้องรับผิดร่วมกับเขาด้วย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนได้ใช้ความระมัดระวัง ตามสมควรแก่หน้าที่ดูแลซึ่งทำอยู่นั้น ดังนั้น ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ไม่ว่าของมนุษย์และสัตว์ร่วมโลกในสถานที่ใดๆ ก็ตาม
จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนจะต้องช่วยกันดูแล โดยเฉพาะกับบุคคลที่หย่อนความสามารถยิ่งสมควรจะต้องดูแลเป็นพิเศษ ควรหาวิธีป้องปรามแก้ไข เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์เกิดความรุนแรงขึ้น และไม่ควรให้เกิดความเสียหายกับใครขึ้นอีกต่อไป
