นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กล่าวว่า ประเทศไทยได้มีการวางระบบป้องกันการทำประมงไอยูยูใน5 ด้านที่สำคัญ ได้แก่ 1.ด้านกฎหมาย 2.ด้านการบริหารจัดการประมงและการจัดการกองเรือ 3.ด้านการติดตาม ควบคุม และเฝ้าระวัง (MCS)4.ด้านการตรวจสอบย้อนกลับ และ5.ด้านการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยมีระบบการติดตาม ควบคุม และเฝ้าระวัง
.
เรือประมง (Monitoring Control and Surveillance) ที่ทันสมัย มีประสิทธิภาพและเป็นสากล เรือประมงทุกลำที่ออกทำการประมงนอกน่านน้ำสากล จะต้องปฏิบัติตามระเบียบถูกต้องตามกฎหมายทั้งของไทยและกฎหมายระหว่างประเทศ ปัจจุบันมีเรือประมงที่ได้รับใบอนุญาตทำการประมงนอกน่านน้ำในพื้นที่SIOFAมีจำนวน 3 ลำ โดยในระหว่างเรือประมงทุกลำออกทำการประมงนอกน่านน้ำเรือทุกลำ กรม
ประมงจะเฝ้าติดตามพฤติกรรมการเดินเรือและพฤติกรรมการทำประมงตลอด 24 ชั่วโมง โดยใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ ประกอบด้วย ระบบระบุตำแหน่งเรือประมง Vessel MonitoringSystem (VMS) ระบบเฝ้าติดตามอิเล็กทรอนิกส์ Electronic Monitoring (EM) หรือกล้องวงจรปิด และระบบการรายงานทางอิเล็กทรอนิกส์ Electronic ReportingSystem (ERS) ซึ่งเป็นช่องทางในการป้องกันปัญหาการทำประมง
.
ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม สามารถรายงานข้อมูลการทำการประมง การขนถ่ายสัตว์น้ำ การติดตามกิจกรรมต่างๆของเรือได้ตลอดเวลาอีกทั้งหากพบว่าเรือประมงมีพฤติกรรมต้องสงสัยกรมประมงสามารถร้องขอภาพเพื่อให้ระบบถ่ายภาพส่งเข้ามายังระบบเฝ้าระวังที่ศูนย์FMC ได้ตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้กรมประมงยังได้จัดส่งผู้สังเกตการณ์บนเรือ (Observer on board) เพื่อทำหน้าที่เก็บ
ข้อมูล ทางวิทยาศาสตร์และสังเกตพฤติกรรมการทำประมงของเรือนอกน่านน้ำบนเรือประมงตลอดเวลา ตั้งแต่ออกเดินทางจากท่าประเทศไทยจนกระทั่งกลับซึ่งเป็นไปตามข้อกำหนดขององค์การบริหารจัดการประมงระดับภูมิภาคSIOFA เมื่อเรือกลับเข้าเทียบท่าเจ้าหน้าที่จะถอดวิดีโอที่บันทึกภาพเหตุการณ์ตั้งแต่เรือออกจากท่าจนกระทั่งเรือกลับเข้าท่านำไปวิเคราะห์พฤติกรรมการทำประมงอย่าง
ละเอียดอีกครั้งเพื่อให้มั่นใจว่าเป็นไปตามพันธกรณีระหว่างประเทศ ด้านการตรวจเรือประมงเมื่อเข้าและออกจากท่าจะดำเนินการตรวจอย่างเคร่งครัดโดยมีการบูรณาการร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่กรมประมง และเจ้าหน้าที่ชุดสหวิชาชีพจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมเจ้าท่า กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กรมการจัดหางาน และตำรวจตรวจคนเข้าเมือง(ตม.) เพื่อเก็บข้อมูลรายละเอียดต่างๆ อาทิ รูป
พรรณเรือ อัตลักษณ์เรือ อุปกรณ์ความปลอดภัยบนเรือ ใบอนุญาตประมงพาณิชย์ เครื่องมือประมง ความพร้อมระบบติดตามเรือ หนังสือคนประจำเรือ สมุดบันทึกการทำประมง สวัสดิการและความเป็นอยู่ของคนประจำเรือการใช้แรงงานผิดกฎหมาย การรับจ่ายค่าจ้าง การจัดเวลาพักของลูกเรือ และสัญญาจ้าง ฯลฯ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับเรือประมงระหว่างออกทำประมงและแสดงให้ทั่วโลกได้เห็นถึงศักยภาพของ
.
เรือประมงไทยที่ยึดหลักการปฎิบัติที่เป็นสากลซึ่งนับเป็นการสร้างมิติใหม่ของการทำประมงนอกน่านน้ำสำหรับเรือมณีเงิน 5 และเรือโชคเพิ่มสิน 1 ซึ่งมีแผนออกไปทำการประมงในพื้นที่บริเวณมัลฮาแบงค์ ซึ่งเป็นพื้นที่ความรับผิดชอบภายใต้การดูแลของ SIOFA ในวันที่ 20 ตุลาคม 2562 นั้น กรมประมงได้มีการตรวจสอบความเสถียรของระบบสื่อสารผ่านดาวเทียมทั้งระบบ V-SAT และ IMMARSAT เพื่อให้การ
ทำงานของระบบการติดตาม ควบคุม และเฝ้าระวังเรือประมงทั้งระบบVMS ระบบ ERS และ ระบบ EM มีประสิทธิภาพสูงสุดสร้างความมั่นใจว่ากรมประมงสามารถควบคุมกิจกรรมการทำประมงนอกน่านน้ำให้เป็นตามกฎหมายได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ประเทศไทยยังให้ความสำคัญกับการใช้แรงงานประมง เพื่อให้แรงงานในเรือประมงได้รับการคุ้มครอง มีสวัสดิการ ค่าตอบแทนที่เป็นธรรม ป้องกันการค้ามนุษย์และ
การใช้แรงงานทาสในเรือประมง อีกทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยกรมประมงยังมีแผนเปิดอบรมหลักสูตรผู้สังเกตการณ์บนเรือ(Observer on board) เพิ่มเติมในปลายปี 2562 เพื่อรองรับกองเรือประมงนอกน่านน้ำที่จะทยอยออกไปทำการประมงนอกน่านน้ำต่อไปในอนาคตอันใกล้





