จำนวนผู้เข้าชมวันนี้

วันศุกร์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2561






ลุงวัย 59 ปีชาวจ.ฉะเชิงเทรา ป่วยอัมพฤกษ์นอนติดเตียงมานานกว่า 20 ปี ยอมสละดวงตา 1 ข้างบริจาคให้สาววัย 26 ชาวจ.บุรีรัมย์  ที่พิการตาบอดถูกสามีทิ้งให้เลี้ยงลูกวัน 1 ขวบเศษลำพังในเพิงสังกะสีอดมื้อกินมื้อ  มีโอกาสกลับมามองเห็นสามารถทำงานเลี้ยงลูกได้ สาวเผยทั้งน้ำตาเหมือนได้ชีวิตใหม่ ขณะผู้ใจบุญบริจาคต่อเนื่องยอดทะลุ 1.4 ล้าน  วันที่ 8 มิ.ย 61 หลังจากที่มีการนำเสนอเรื่องราวชีวิตที่น่าหดหู่ใจของ น.ส.สุนิสา มุ่งรวยกลาง หรือน้องยุ้ย อายุ 26 ปี ต.กระสัง  อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ที่พิการตาบอดทั้งสองข้างมานานกว่า 7 ปี เพราะผลข้างเคียงจากการทำงานโรงงาน
.
หลอมเหล็ก ซ้ำยังถูกสามีหนีไปบวช ทิ้งให้เลี้ยงลูกชายวัย  1 ขวบ 3 เดือนตามลำพังปัจจุบันอาศัยเพิงเล็กๆที่ล้อมรอบและมุงด้วยสังกะสีเก่าผุพังเป็นที่ซุกหัวนอน ซึ่งมีเพียงเบี้ยคนพิการเดือนละ 800 บาท และบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือบัตรคนจนเดือนละ 300 บาท  ซื้อข้าวและอาหารกินประทังชีวิต   ต้องอยู่อย่างยากลำบากอดมื้อกินมื้อ บางครั้งไม่มีเงินซื้อนมให้ลูกกินจนคิดท้อถึงขั้นอยากจะฆ่าตัวตาย ล่าสุด น.ส.สุนิสา  มุ่งรวยกลาง หรือน้องยุ้ง ได้ประกาศของดรับบริจาคแล้ว  หลังจากมีผู้ใจบุญบริจาคช่วยเหลือแล้วกว่า 1,470,000 บาท  ซึ่งคิดว่าเพียงพอสำหรับที่จะใช้เลี้ยงดูแม่ ลูกชาย และตัวเองแล้ว ทั้งนี้ยังมีหน่วยงานภาครัฐ เอกชน  และผู้มีจิตศรัทธา นำข้าวสารและสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นในชีวิตประจำวันมา
.
มอบช่วยเหลือที่บ้านด้วย  ทั้งอยากจะให้ผู้มีจิตศรัทธาได้แบ่งปันความช่วยเหลือให้กับคนอื่น ที่ประสบชะตากรรมลำบากเหมือนกับตนเองด้วย  ส่วนเงินที่ได้รับบริจาคก็ตั้งใจว่าส่วนหนึ่งจะเก็บไว้สร้างบ้านให้สามารถกันแดดกันฝน  และปลอดภัยกว่าเดิม เพราะปัจจุบันอาศัยอยู่ในเพิงสังกะสีเก่า  ทั้งเก็บไว้เป็นทุนการศึกษาลูก และใช้จ่ายในการดำรงชีวิต  และตั้งใจว่าจะแบ่งปันเงินที่ได้รับบริจาคจำนวน 50,000 บาท มอบให้กับทาง รพ.บุรีรัมย์ เพื่อซื้อเครื่องมือแพทย์ หรือเวชภัณฑ์ยา สำหรับใช้ในการดูแลรักษาผู้ป่วยคนอื่นด้วย   เพราะที่ผ่านมาทาง รพ.บุรีรัมย์ก็ให้ดูแลรักษาตนเองเป็นอย่างดีมาตลอด ส่วนกรณีที่นายพายัพ   รอดเมือง  อายุ 59 ปี  ชาวบ้านหนองหว้า  อ.พนมสารคาม  จ.ฉะเชิงเทรา  ซึ่งพิการเป็นอัมพฤกษ์นอนป่วยติดเตียงมานานกว่า 20 ปี  ได้แจ้งความจำนงค์  จะบริจาคดวงตาให้กับ น้องยุ้ย 1 ข้าง  เพื่อให้น้องมี
.
โอกาสกลับมามองเห็นได้และสามารถทำงานเลี้ยงดูลูกได้นั้น น้องยุ้ย ก็บอกว่า ชีวิตนี้ไม่คาดคิดว่าจะมีคนที่จิตใจประเสริฐยอมสละดวงตาของตนเอง ทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่เพื่อช่วยเหลือคนอื่น ทั้งที่ไม่ได้เป็นญาติพี่น้อง หรือรู้จักกันเลย  ก็รู้สึกตื้นตันใจและทำให้ตนเองมีความหวังที่จะสู้เพื่อแม่และลูกต่อไป  และแม้ว่าสุดท้ายแล้วเซลดวงตาจะไม่สามารถเข้ากันได้ หรือในทางระเบียบกฎหมายที่กำหนดไว้  จะทำให้ตนเองไม่สามารถเปลี่ยนดวงตา และกลับมามองเห็นได้อีกตามที่หวังไว้  ก็ไม่รู้สึกเสียใจ  แต่กลับดีใจที่ได้รับรู้ว่าในโลกใบนี้ยังมีคนใจบุญที่ยอมเสียสละดวงตาของตนเองเพื่อช่วยเหลือคนอื่น   แต่ก็จะไม่หมดหวังจะรอคอยปาฏิหาริย์ที่คิดว่า  สักวันตนจะได้กลับมามองเห็น  อย่างไรก็ตามหลังจากนี้ก็จะไปฝึกอาชีพสำหรับคนพิการที่บกพร่องทางสายตา เพื่อให้สามารถทำงานหาเลี้ยงตัวเองและลูกได้โดยไม่เป็นภาระคนอื่น สุดท้ายน้องยุ้ย  ก็ได้กราบขอบคุณผู้ใจบุญ  หน่วยงานราชการ  สื่อมวลชน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคน ที่ยื่นมือเข้ามาให้ความช่วยเหลือตนเองได้หลุดพ้นจากชะตากรรม  และมีกำลังใจจะต่อสู้ชีวิตต่อไป
.
CR.ข่าว /ธีรยุทธ์ ชำนาญกอง - วันชัย ผิวอร่าม จ.บุรีรัมย์