จำนวนผู้เข้าชมวันนี้

วันศุกร์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2561






จิปาถะ ตอนที่ 32...จักรยานทำให้ชีวิตฉันเปลี่ยนไป มีคนพูดให้ฟัง น้ำเสียงที่พูดดูจริงจังเหลือเกิน จนทำให้อดใจไม่ไหวที่จะถามออกไป ...ทำไมหรือ? ...เพราะอะไรหรือ?... ทำไมถึงเปลี่ยนคะ...คำตอบที่ได้บอกถึงความชัดเจนของชีวิตที่เปลี่ยนไปจริง ๆ ของเขา...จากผู้ชายคนหนึ่งที่มีรูปร่างอ้วน มีโรคประจำตัวคือ โรคภูมิแพ้ หายใจไม่ค่อยสะดวก ไอ และจามทุกเช้าจนน้ำหูน้ำตาไหล ปวดหัวเข่าเป็นประจำ อาจจะเป็นเพราะมีน้ำหนักมากก็ได้ ...สิ่งที่ขาดไม่ได้คือ บุหรี่ สูบทุกวัน ถ้าวันไหนไม่ได้สูบ จะรู้สึกหงุดหงิด มองอะไรก็ไม่สบอารมณ์ ลูกเมียทำอะไรก็ไม่ถูกใจสักเรื่อง ทะเลาะกันเป็น
.
ประจำ เพราะเมีย และลูกพูดไม่เข้าหู น่าจะเป็นสาเหตุของการสูบบุหรี่มากเกินไป จนติดนี่เอง ...รู้ทั้งรู้นะ ว่ามันไม่ดี แต่ก็เลิกมันไม่ได้สักที อยู่มาไม่นานก็ต้องเข้าออกโรงพยาบาล จากโรคหายใจไม่สะดวก โรคไอแล้วมีอาการหอบตามมา โรคปวดเข่า บางครั้งต้องจองเตียงโรงพยาบาลเพื่อนอนรักษาตัว เขาใช้ชีวิตอยู่แบบนี้มาหลายปี จนกระทั่งมาได้รู้จักนักปั่นคนหนึ่ง เขาแนะนำว่า..."พี่ไปซื้อจักรยานมาปั่นสิครับ ดูผมสิ แข็งแรงไหม เมื่อก่อนผมเป็นโรคหัวใจ มีโรงพยาบาลเป็นเพื่อนแท้ ไม่เคยจากกันเลย แต่พอผมได้มาปั่นจักรยาน หัวใจของผมแข็งแรงขึ้น มีกล้ามเนื้อที่แขน และขามากกว่าเดิม ผิวที่เหี่ยวแห้งดูสดใสขึ้น จิตใจดีขึ้น ไม่หงุดหงิด หรืออ่อนล้าง่าย ผมปั่นในที่ที่ปลอดภัย เพื่อสุขภาพทุกวันหลังเลิกงาน และเสาร์
.
 อาทิตย์ ...ผมไม่ป่วยอีกเลย อีกทั้งดูเหมือนตัวเองหนุ่มขึ้นครับ"....เมื่อได้ฟังดังนั้นแล้ว จะช้าอยู่ไย...เขาคิด...วันรุ่งขึ้นเขาก็ไปซื้อจักรยานมาหนึ่งคัน เป็นจักรยานเสือภูเขา...ที่จริงทางร้านแนะนำให้ซื้อจักรยานเสือหมอบ แต่เขาบอกว่าเขาปั่นไม่เป็น ก็เลยได้จักรยานเสือภูเขามาแทน ได้จักรยานมาแล้วก็ต้องซื้อชุดปั่นให้ครบ เล่นเอาเงินในกระเป๋าร่อยหรอลงไปทันที...ทำไมทุกอย่างแพงจัง เขารำพึงกับตัวเอง แต่ก็บอกกับตัวเองว่า..."ไม่เป็นไร"...ดีกว่าไปเสียค่ายาให้หมอ ซึ่งนับวันจะมากขึ้นทุกวัน เมื่อทุกอย่างพร้อมเขาก็เริ่มพาเจ้าสองล้อออกสู่เส้นทางปั่น เริ่มจากเส้นทางใกล้บ้าน ที่ห่างจากถนนใหญ่  และมีความปลอดภัยสูง เพราะแรงเขายังมีไม่มาก เรื่องที่คิดจะเข้ากลุ่มต้องเอาไว้ก่อน ขอใช้เวลาปั่นเพียงคนเดียวสักพัก เมื่อแข็งแรงพอ และตามกลุ่มทันก็จะขอเข้า"ชมรมจักรยานรักสุขภาพคลองสาม" ที่อยู่ใกล้บ้าน ความอ้วนไม่ปรานีใคร ปั่นทีไรเหมือนหัวใจจะวายทุกที ...เหนื่อยเหลือเกิน หายใจแรงมาก เหงื่อออก
.
มากมาย เข่าก็ปวดจัง...เขาเริ่มท้อ...แต่เขาบอกกับตัวเองว่า "เขาจะไม่ยอมแพ้" เด็ดขาด...เขาเริ่มปั่นจาก 1 กิโลเมตร 2 กิโลเมตร ไปจนถึง 5 กิโลเมตร...สำหรับคนรูปร่างแบบนี้ อาการป่วยติดตัวแบบนี้ ถือว่ายากมากจริง ๆ ...เหนื่อยเหลือเกิน เขาบ่นกับตัวเอง แต่ถึงจะเหนื่อยอย่างไร เขาก็ไม่หยุดปั่น เขาใช้เวลาที่ว่างจากงานออกปั่นเป็นประจำเรื่อยมา ค่อย ๆ ปั่น ไม่หักโหม ...เขาบอกว่า เขาไม่อยากตายเหมือนที่เป็นข่าว... ปั่นหักโหม มีโรคประจำตัว ร่างกายไม่ไหวยังดันทุรัง...สุดท้ายก็ตาย...เขาบอกเขาจะไม่ทำแบบนั้นเด็ดขาด ค่อย ๆ ปั่น ปั่นทุกวัน ฝึกรอบขาให้สม่ำเสมอ ระยะทางไม่ไกลเกินไป ไม่เป็นเส้นทางที่เสี่ยงภัยจากฝูงสุนัขที่ชอบไล่เห่า และมุ่งหมายน่องของนักปั่น รวมทั้งปลอดภัยจากรถยนต์เล็กใหญ่ ที่วิ่งตามท้องถนน และสิ่งสุดท้ายที่น่ากลัว คือ มิจฉาชีพที่หวังฉกชิงรถจักรยานคันงาม โดยการใช้มอเตอร์ไซด์ขี่ซ้อนกันมา พอใกล้เราก็ถีบรถให้ล้ม แล้วแย่งจักรยานไปโดยมีมิจฉาชีพอีกคนเอารถปิ๊กอัพมาขนไป ...ภัยนี้น่ากลัวมาก ... ราคาแพง บางคันอัพอุปกรณ์ ขึ้นใหม่ ราคาเกือบแสนบาท  จึงมีการขโมยเกิดขึ้น ไม่ใช่แค่ตามเส้นทางปั่น ขนาดจอดอยู่ในบ้าน หรือจอดซื้อของหน้าเซเว่นก็ยังโดนขโมย...เป็นสิ่งที่นักปั่นทั้ง
.
หลายจะมองข้ามไม่ได้เลย ...ไปไหนไปกัน...ห้ามจอดทิ้งโดยไม่มีคนดูแล ไม่เช่นนั้นล้ออาจหาย ถึงแม้ว่าจะใช้โซ่ล่ามไว้ก็ตาม หรือหายทั้งคัน ถ้าไม่ล่ามไว้ ...หลีกเลี่ยงดีกว่า เขาบอกกับตัวเอง ...เขาออกปั่นทุกวันด้วยความอดทน เพราะอยากให้โรคภัยที่เป็นอยู่ดีขึ้น   และหายไปจากชีวิตเขา ไม่ต้องมาทำร้ายให้ร่างกายทรุดโทรม...สามเดือนผ่านไป  เขารู้สึกไม่อยากสูบบุหรี่แล้ว จากเดิมสูบวันละเกือบซอง แต่ตอนนี้แค่มวนเดียวก็ไม่อยากคิดจะสูบ ...เพราะอากาศในเส้นทางปั่นแสนสดชื่น เขาไม่รู้สึกหงุดหงิดเลยสักนิด มีความสุขกับการปั่นแต่ละวันด้วยซ้ำ ...เหนื่อยมากด้วย ไม่มีเวลาว่างจะนั่ง ปล่อยอารมณ์กับควันบาง ๆ ของมวนบุหรี่...เขาเริ่มแปลกใจตัวเอง ...ไม่ใช่แค่เขานะเมีย และลูกเขาด้วย เพราะพวกเขาไม่ต้องรองรับอารมณ์ หงุดหงิดเหล่านั้น ครอบครัวอบอุ่นขึ้น ยิ้มแย้มแจ่มใสเข้าหากันมากขึ้น ...เข่าที่เคยปวด ก็ลดอาการปวดลงอย่างเห็นได้ชัด  อาการไอ และจามในตอนเช้าก็มีไม่มากเท่าไหร่ ...โรงพยาบาลก็ไปหาน้อยลง จนหมอถามหา...เขารำพึงกับตัวเองอีกแล้วว่า "ถ้ารู้ว่าดีแบบนี้ทำไปนานแล้ว...การปั่น
.
จักรยานช่วยให้เราดีขึ้นจริง ๆ" ...ตอนนี้จากน้ำหนักเกือบ 90 กิโลกรัม ...เหลือ 80 กิโลกรัม แค่สามเดือนยังได้ขนาดนี้...เขาบอกกับตัวเอง..."จะต้องทำให้เหลือ 70 กิโลกรัมให้ได้"..จะต้องทำให้ได้ และต้องทำได้สิ เขามั่นใจ...1 ปี...2 ปี ผ่านไป...เขาทำได้แล้ว...ตอนนี้เขามีน้ำหนัก 70 กิโลกรัม มีกล้ามเนื้อกระชับทุกที่ในร่างกาย แข็งแรงขึ้น บุหรี่ไม่สูบ หายใจโล่ง ไม่ป่วยบ่อย ไม่ไอ ไม่จามตอนเช้า โรคภูมิแพ้แทบไม่เหลือจากร่างกาย เข่าที่เคยปวดหายอย่างปลิดทิ้ง ...ที่สำคัญ ครอบครัวมีแต่รอยยิ้ม และมีสัมพันธภาพที่ดี เพราะเขาได้ซื้อจักรยานเพิ่มอีก 2 คัน สำหรับเมีย และลูก พวกเขายิ้มแฉ่งเพราะได้ออกปั่น พร้อมกัน พ่อ แม่ ลูก จักรยานของเขาก็เปลี่ยนเป็น "จักรยานเสือหมอบ" ที่เบา และแรงกว่า แต่เขาก็ไม่ลืมที่จะขอบคุณ..จักรยานเสือภูเขา ..เพราะความหนัก ความหนืด ทำให้เขาใช้แรงได้ดี พอมาได้ปั่นจักรยานเสือหมอบ เลยทำให้เขาปั่นได้ดีที่สุด เขาได้ชัยชนะจากหลายแห่งที่ได้เข้าร่วมแข่งขัน ...แต่เขา
.
ก็ไม่ภาคภูมิใจเท่าที่เขา..."ชนะใจตนเอง" ต่อมาเขาก็เข้าร่วมเป็นสมาขิกของ "ชมรมรักสุขภาพคลองสาม" ...ซึ่งบริหารโดยท่านประธานเล็ก ผู้ซึ่งมีแต่ความห่วงใย ความอบอุ่นใจ และการดูแลสมาชิกอย่างทั่วถึง...เขานึกย้อนหลังไป..."ถ้าเขาถอดใจ และแพ้ใจตัวเอง"...เขาคงไม่มีวันนี้สินะ วันที่...ไม่มีโรคภูมิแพ้...ไม่มีบุหรี่...ไม่มีโรงพยาบาลให้ต้องไปหา...ไม่มีความหงุดหงิดใจ...ไม่มีการทะเลาะเบาะแว้งในครอบครัว...เพราะทุกวันนี้เขามีแต่ ความรัก ความอบอุ่นในครอบครัว ความสุข ร่างกายที่แข็งแรง รูปร่างที่สมส่วน ผิวพรรณที่สดใส และคำชมที่ว่า...เขาหล่อขึ้น ดูไม่แก่เลย ไม่เหมือนคนอายุ 60 ปีสักนิด...เขาแอบยิ้มให้กับตัวเอง...."การปั่นจักรยาน ทำให้ชีวิตเขาเปลี่ยนไปจริง ๆ"...ผู้เขียนสัมผัสได้ถึงน้ำเสียง ของคำตอบที่เขาตอบมา...ใช่เลย และใช่เลย การปั่นจักรยานช่วยได้จริง ๆ ดังนั้นจะมัวช้าอยู่ไย ใครที่ยังไม่ได้ซื้อจักรยานมาปั่น รีบไปซื้อเลยค่ะ จะได้พบคำตอบของ..."ชีวิตที่เปลี่ยนไป เมื่อใช้จักรยาน" ค่ะ กลับมาพบกันใหม่นะคะที่ เพจ@asiamorning1 และ Blogger ข่าว ของ Asia Morning News นะคะ...
.
ดาวบนดิน.