“อาชญากรรม (Crime) เป็นสิ่งที่มีและดำรงอยู่คู่กับสังคม ทุกสังคมล้วนประสบปัญหาอาชญากรรมทั้งสิ้น ซึ่งมีความแตกต่างกันไปตามบริบททางสังคมของแต่ละสังคม” อีมิล เดอร์ไคม์ นักสังคมวิทยาชาวฝรั่งเศส(Emile Durkheim, 1970, p.1 อ้างใน พัฒนากร สูงนารถ, 2551)ในปีที่ผ่านมา พ.ศ. 2564 สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีการสํารวจความหวาดกลัวภัยอาชญากรรม
และความเชื่อมั่นของประชาชนต่อประสิทธิภาพการป้องกันอาชญากรรมของเจ้าหน้าที่ตํารวจ (PEOPLE POLL) เพื่อปรับรูปแบบการทำงานของตำรวจ โดยนำเทคโนโลยีมาช่วยสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในรูปแบบโพลผ่าน Google Formsซึ่งให้สถานีตํารวจทั่วประเทศทั้ง 1,484 แห่ง สํารวจความคิดเห็นของประชาชนอย่างน้อยสถานีละ100 คน มีผลการสำรวจตั้งแต่วันที่ 1 – 20 สิงหาคม 2564
มีประชาชนตอบแบบสอบถามจํานวน 197,860 คนเพศหญิงร้อยละ51.70เพศชาย ร้อยละ 48.30 ช่วงอายุที่ตอบแบบสอบถามมากที่สุด คือช่วงอายุ ตั้งแต่ 20 – 29ปีร้อยละ 28.90ช่วงอายุ30 – 39 ปี ร้อยละ 25.20 และช่วงอายุ 40 – 49 ปี ร้อยละ 20.30 ถึงความหวาดกลัวภัยอาชญากรรมจะต้องไม่เกินร้อยละ 40 ในภาพรวมทั้งประเทศผลพบว่าประชาชนมีความหวาดกลัวภัยอาชญากรรมร้อยละ 32.75
ถือว่าผ่านเกณฑ์ตัวชี้วัดที่กําหนดซึ่งเมื่อเดือนกรกฎาคม 2564 ประชาชนมีความหวาดกลัวภัยอาชญากรรม ร้อยละ 39 อย่างไรก็ตามในภาพรวมทั้งประเทศประชาชนมีความเชื่อมั่นต่อประสิทธิภาพการป้องกันอาชญากรรมของเจ้าหน้าที่ตํารวจร้อยละ77(ไม่ผ่านเกณฑ์) แต่มีระดับความเชื่อมั่นมากกว่าผลการสํารวจ เมื่อเดือนมิถุนายน 2564 มีความเชื่อมั่นเพียงร้อยละ67.50และเดือนกรกฎาคม 2564 มีความเชื่อมั่นเพียงร้อยละ73(ที่มา:https://www.nationtv.tv/news/378837414)
สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (สทป.)มีพันธกิจในการ ศึกษา ค้นคว้า วิจัย และพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีป้องกันประเทศเพื่อนำไปสู่อุตสาหกรรมป้องกันประเทศโดยประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 2 ของ สทป. คือการพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมสู่ประชาสังคมที่มุ่งเน้นการบริการภาคประชาสังคมด้วยองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านเทคโนโลยีป้องกันประเทศจึงเกิดการพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ด้านระบบความปลอดภัยสาธารณะ (Public Safety)
เพื่อให้บริการด้านระบบความปลอดภัยสาธารณะ สำหรับภารกิจการเฝ้าระวังการป้องกันการรับมือการก่ออาชญากรรมภัยคุกคามต่อความปลอดภัยสาธารณะของประชาชนและความมั่นคงของประเทศโดยได้พัฒนา DTI Platform บนเทคโนโลยีCloud Computing และปัญญาประดิษฐ์ (AI)เพื่อการบูรณาการบริหารจัดการกล้องโทรทัศน์วงจรปิด ระบบเซนเซอร์ตรวจจับต่างๆ
เช่น ระบบตรวจจับและจดจำใบหน้า ระบบตรวจจับและจดจำป้ายทะเบียนรถและระบบตรวจจับวัตถุต้องสงสัยหรือรุกล้ำพื้นที่ เป็นต้นซึ่งบริหารจัดการผ่านศูนย์บริหารจัดการข้อมูลความมั่นคงแบบ Single Command Control โดยสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศภายใต้คอนเซ็ปต์ 3P : Predict Prepare Prevent และ1M : Manage เพื่อให้ได้โซลูชันล้ำสมัยในการยับยั้งภัยคุกคามและลดปัญหาการเกิดอาชญากรรม
จากการศึกษาทบทวนแนวคิด ทฤษฎี ตลอดจนมุมมองที่เกี่ยวข้องกับการนิยามความปลอดภัยสาธารณะและอาชญากรรม อันเป็นสิ่งที่สัมพันธ์ต่อกันและกันทั้งในเชิงอัตวิสัยและวัตถุวิสัย พบว่าปัญหาที่พบในเรื่องการแก้ไขปัญหาความปลอดภัยของประชาชน คือ ความรู้สึกหวาดกลัวภัยอาชญากรรมในรูปแบบต่าง ๆ รวมทั้งความรู้สึกปลอดภัยเมื่อต้องอยู่คนเดียวหรือเดินทางคนเดียวตามลำพัง
(ยุวดี วงศ์วีระประเสริฐ)ดังนั้นการที่ สทป. ได้ดำเนินการพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ด้านระบบความปลอดภัยสาธารณะจึงเป็นการตอบสนองต่อความต้องการด้านความปลอดภัยสาธารณะของประชาชนตามกรอบ Sustainable Development Goals ขององค์การสหประชาชาติในเป้าหมายที่ 11 คือการทำให้เมืองและการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์มีความปลอดภัยทั่วถึงอย่างยั่งยืนพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง
ซึ่งปัจจุบันการก่ออาชญากรรมและการก่อการร้ายระหว่างประเทศแทบจะไม่ถูกขัดขวางโดยอุปสรรคทางภูมิศาสตร์ภาษาหรือการเงินความปลอดภัยสาธารณะและความมั่นคงจึงกลายเป็นประเด็นทางการเมืองและเศรษฐกิจที่สำคัญทั้งในระดับประเทศและในระดับสากลการบูรณาการความร่วมมือทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชน ตลอดจนภาคประชาสังคมจึงเป็นสิ่งสำคัญในการประกันความมั่นคงของประเทศ
และความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจตามแนวนโยบายรัฐบาล "มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน"เพื่อตอบสนองต่อนโยบายรัฐบาลผลผลิต (Output) ที่สำคัญนอกจากการพัฒนา DTI Platformดังกล่าวข้างต้นแล้วการดำเนินการยังจะต้องนำไปสู่การสร้างเครือข่ายความร่วมมือในรูปแบบการนำDTI Platformที่ สทป.ได้พัฒนาแล้วไปประยุกต์ใช้กับหน่วยผู้ใช้ เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรวมถึงการสร้างเวทีในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านระบบความปลอดภัยสาธารณะให้บรรลุเป้าหมายการทำให้เมืองและการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์มีความปลอดภัยทั่วถึงพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงกรณีศึกษาเปิดนโยบาย“เมืองปลอดภัย”จาก 8 ผู้สมัครผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานคร ในงาน Bangkok ActiveForumฟังเสียงกรุงเทพฯ ครั้งที่ 2 ในหัวข้อ
“เมืองปลอดภัย” ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ในวันที่ 21 เมษายน 2565ที่ผ่านมา โดยเครือข่ายปลุกกรุงเทพฯ เพื่อออกแบบข้อเสนอเชิงนโยบาย ส่งถึงมือผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร บทสัมภาษณ์ผู้สมัครผู้ว่า"ความปลอดภัยสาธารณะ ต้องมาเป็นที่ 1" ถามใจ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพฯจะรับมืออย่างไรกับ“กรุงเทพฯ” ที่เสี่ยงรอบด้าน (https://theactive.net/data/bkk-safety-policy/)
สทป.จึงได้ขอนำเสนอการออกแบบ DTI Platform เพื่อตอบสนองการเป็นต้นแบบเมืองปลอดภัยของกรุงเทพฯโดยการทำให้เมืองและการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์มีความปลอดภัยตามกรอบ Sustainable Development Goalsขององค์การสหประชาชาติ ตลอด 24 ชั่วโมง แม้ในยามค่ำคืนประชาชนจะสามารถใช้ชีวิตในกรุงเทพฯได้อย่างปลอดภัยโดยอธิบายแนวคิดการออกแบบเพื่อสนับสนุนการเป็นเมืองปลอดภัยของกรุงเทพฯ ได้ดังแผนภาพ
DTI Platform เป็นระบบป้องกันเหตุเชิงรุกนอกจากการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์บูรณาการบริหารจัดการกล้องโทรทัศน์วงจรปิด ระบบเซนเซอร์ตรวจจับต่างๆ เช่น ระบบตรวจจับและจดจำใบหน้า ระบบตรวจจับและจดจำป้ายทะเบียนรถ ระบบตรวจจับวัตถุต้องสงสัยหรือรุกล้ำพื้นที่ ระบบตรวจจับควันดำและฝุ่นละออง PM 2.5 และอื่น ๆ อีกทั้งยังสามารถทำให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการป้องกันแก้ไขปัญหาด้านความปลอดภัยสาธารณะ อาทิเช่น การรายงานความสมบูรณ์ของไฟส่องสว่าง
การแจ้งเหตุอาชญากรรม และการแก้ไขปัญหาการจราจรลดตัวเลขผู้เสียชีวิตบนท้องถนนเป็นต้น และDTI Platform ยังจะเป็นเครื่องมือสำคัญเพื่อการทำให้แผนปฏิบัติการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในระดับเขตเกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลตอบสนองความปลอดภัยและความมั่นคงในระดับเมืองครอบคลุมทุกมิติทั้งการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและการสร้างคุณค่าสู่สังคมอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต
