วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2565 เวลา 10.00 น. สมาพันธ์พืชกระท่อมเพื่อการเกษตรฯ และสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ร่วมประชุมวางแผนส่งเสริมการปลูกพืชกระท่อมเพื่อเสริมรายได้ให้กับเกษตรกร พืชกระท่อมถือว่าเป็นพืชเศรษฐกิจใหม่ที่น่าจับตาและกำลังเป็นที่ต้องการของตลาด เคยเป็นพืชผิดกฎหมายมานาน 78 ปี แต่วันนี้กระท่อมปลดล็อกเต็มที่ แปลว่า ต่อไปนี้กระท่อม
ไม่อยู่ภายใต้ยาเสพติดประเภท 5 แล้ว นายฑีฆายุ หล่อพัฒนกิจ เลขาธิการสมาพันธ์พืชกระท่อมเพื่อการเกษตรฯ กล่าวว่า ตอนนี้คนไทยสามารถปลูกได้ แต่จะต้องมีความรู้และมีตลาดรองรับผลผลิตที่แน่นอน ถ้าจะแปรรูปเป็นสินค้าสำเร็จรูป จะต้องผ่านการอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. ซึ่งกฎหมายประกอบการให้อำนาจ อย. กรณีดังกล่าว และกระท่อม
ในอนาคตคาดว่าน่าจะเป็นพืชเศรษฐกิจที่แท้จริงของเมืองไทย การปลดกระท่อมออกจากยาเสพติด สามารถสร้างธุรกิจมูลค่านับหมื่นล้านได้ ข้าวราคาตก ยางพาราราคาตก เพราะไม่ใช่พืชได้เปรียบ ทุกประเทศปลูกข้าวได้หมด หลายประเทศปลูกยางพาราได้ แต่มีไม่กี่ประเทศที่ปลูกกระท่อมได้ ซึ่ง ไทย คือ หนึ่งในนั้น และต้นกระท่อมที่ดีที่สุดก็มาจากเมืองไทย”
ภายในปี 65 นี้ สมาพันธ์พืชกระท่อมเพื่อการเกษตรฯทราบว่า จะมีบริษัทในไทยส่งกระท่อมไทยประมาณ 150 ตัน ออกไปวางจำหน่ายที่ตลาดสหรัฐอเมริกา ขณะนี้ทางผู้ปลูกในพื้นที่ อย่าง สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ตรัง และ ปัตตานี มีความพร้อมเต็มที่ อีกทั้งดีมานด์ในตลาดตอนนี้ก็ยังมีมากกว่าซัพพลาย ฉะนั้น กระท่อม อาจเป็นจุดเปลี่ยนของเศรษฐกิจของทุกภูมิภาคก็เป็นได้
สำหรับตลาดใหญ่ที่สุดในแง่การปลูกกระท่อม คือ อินโดนีเซีย ที่มีตลาดผู้บริโภคอยู่ในสหรัฐอเมริกาและยุโรป ซึ่งนิยมนำไปใช้ในการบำบัดยาเสพติดชนิดอื่น และขายวัตถุดิบให้กับบริษัทผู้ผลิตสินค้าต่างๆ สำหรับตลาดในประเทศไทยคาดว่าน่าจะมีความชัดเจนในปีนี้ รวมถึงการส่งออกที่เป็นรูปธรรมและชัดเจนขึ้น