รวมทั้งสัตว์อื่นๆ มาปล่อยในที่สาธารณะ วัด เป็นจำนวนมาก ทำให้วัดต้องแบกรับภาระในการเลี้ยงดูสัตว์เหล่านั้น ที่ผ่านมาสมาคมฯ รับข้อร้องเรียนเป็นจำนวนมาก และได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนมาตลอด เช่น ระยะเวลาเพียง 3 เดือน คือ ระหว่าง พฤศจิกายน 2564 ถึง มกราคม 2565 ที่ผ่านมา มีการลงพื้นที่ช่วยเหลือสัตว์ และมอบอาหารพร้อมเวชภัณฑ์ที่จำเป็นสำหรับสัตว์ ในพื้นที่จำนวน 15 ครั้ง
ซึ่งได้ช่วยเหลือสุนัขและแมวบรรเทาความหิวโหยได้กว่า 1,500 ชีวิต การช่วยเหลือดังกล่าวอาจจะเป็นการช่วยที่ปลายเหตุ เพราะการทิ้งสัตว์อาจเป็นต้นทางของการทารุณสัตว์ และปัญหาอื่นๆ ซึ่งถ้าผู้เลี้ยงสัตว์นั้น ยังขาดจิตสำนึกและความรับผิดชอบ เมื่อประสงค์จะเลี้ยงก็เลี้ยงถ้าไม่ประสงค์เลี้ยงก็ปล่อย การปล่อยสัตว์ในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควรนั้น ปัจจุบันมีความผิดตาม
พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ.2557 มีโทษปรับสูงสุดถึง 40,000 บาท ตามมาตรา 23 ประกอบมาตรา 32 และในมาตรา 26 ระบุว่าในกรณีที่พบสัตว์ถูกปล่อย ละทิ้ง หรือไม่มีเจ้าของ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการจัดสวัสดิภาพสัตว์ให้แก่สัตว์ตามความเหมาะสมด้วย สำหรับการแก้ปัญหาการทอดทิ้งสัตว์ในที่สาธารณะที่ยั่งยืน คือการที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกัน
ทั้งในด้านนโยบาย แผน มาตรการและแนวทางสังคมในการสร้างความตระหนักรู้ทางสังคม ด้วยการเสริมสร้างจิตสำนึกสาธารณะ การรักเมตตาสัตว์อย่างมีสติปัญญาและรับผิดชอบ ควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายที่เด็ดขาดจริงจัง รวมถึงวิธีการควบคุมจำนวนประชากร การจัดสวัสดิภาพสัตว์เลี้ยงและสัตว์จรจัด การพัฒนาสถานสงเคราะห์สัตว์ประจำท้องถิ่นทั้งภาครัฐและเอกชน
ที่สำคัญนอกเหนือจากการช่วยเหลือสัตว์แล้ว ควรมีกองทุนเยียวยาความเสียหายแก่ผู้ได้รับผลกระทบเดือดร้อนรำคาญอันเกิดจากสัตว์ กองทุนช่วยเหลือสัตว์ด้วย เพื่อเป็นการสร้างดุลยภาพที่เหมาะสมของการอยู่ร่วมกันระหว่างคนและสัตว์ได้อย่างสมดุล ต่อไป