ดร.สาธิต ปรัชญาอริยะกุล ได้แสดงความคิดเห็นส่วนตัวว่า คำพิพากษาตัดสินของศาลฎีกาวันนี้ จะเป็นบรรทัดฐานด้านการอนุรักษ์และคุ้มครองสัตว์ป่าในอนาคต ซึ่งส่วนตัวเคารพคำพิพากษา ในฐานะที่ทำงานเกี่ยวกับด้านการจัดสวัสดิภาพสัตว์ ที่ผ่านมาก็เรียกร้องให้ใช้กระบวนการทางกฎหมาย เคารพกฎหมายเป็นใหญ่ เพราะทุกคนย่อมอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน
สำหรับผลของการตัดสินในวันนี้ ก็อาจจะมีหลากหลายมุมมองว่า ยุติธรรมดีหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้ส่วนตัวคิดว่าขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละบุคคล และคงเป็นเหตุผลความรู้สึกในการอธิบายเฉพาะตนที่แตกต่างกันออกไป อีกทั้ง ดร.สาธิต มองว่า หลักการที่สำคัญแห่งคดี รวมทั้งพฤติการณ์ของผู้ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรมนั้นมีความสำคัญ เช่น
1.ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรมของคดีนี้ มีอิสระปราศจากการแทรกแซงในการดำเนินคดีมากน้อยเพียงใด เท่าที่มีการติดตามคดีนี้มาตลอด คิดว่าทุกฝ่ายย่อมใช้ความระมัดระวังในการทำคดีนี้ เพราะเป็นคดีที่โด่งดัง จำเลยในคดีมีชื่อเสียง ประชาชนให้ความสนใจ ดังนั้นการดำเนินคดีจึงน่าจะมีความละเอียดรอบคอบและรัดกุมที่สุดแล้ว
2. กระบวนการพิจารณาและดำเนินคดี ได้ดำเนินการตามกรอบอำนาจหน้าที่และตัวบทกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่หรือไม่เพียงไร เท่าที่ปรากฏข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีนั้น มีการตั้งข้อหาจำเลยครบถ้วนตามการกระทำผิดแล้ว ทั้งการล่าสัตว์ป่าคุ้มครองและสัตว์ป่าสงวน รวมถึงการครอบครองอาวุธและอื่นๆ
3. สำหรับบางคนเห็นว่ากฎหมายที่บังคับอยู่ ยังอาจไม่ครอบคลุมการกระทำความผิด จะให้มีการบัญญัติกฎหมายให้มีผลย้อนหลังเพื่อเพิ่มโทษนั้น ส่วนตัวคิดว่าไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะกฎหมายมีหลักการสำคัญที่บุคคลจักต้องรับโทษในทางอาญาต่อเมื่อได้กระทำอันกฎหมาย ที่ใช้ในขณะที่กระทำนั้น บัญญัติเป็นความผิดและกำหนดโทษไว้ กฎหมายอาญาจึงไม่มีผลย้อนหลัง และที่สำคัญ กฎหมายอาญาห้ามบัญญัติยกเว้นความรับผิดให้แก่การกระทำในอนาคตด้วย เป็นต้น
ดังนั้น คดีนี้จะเป็นคดีตัวอย่างและอุทาหรณ์ที่สำคัญ ที่ทุกฝ่ายจะต้องตระหนักในการดูแลรักษาทรัพยากรทางธรรมชาติโดยเฉพาะสัตว์ป่า ที่ไม่ควรจะล่าหรือทำอันตรายแก่สัตว์ป่า โดยมิชอบ เพียงเพื่อตอบสนองความต้องการ เพราะสัตว์ป่าทั้งหลายที่เกิดมา ควรมีการดำรงชีวิตอย่างอิสระ ควรมีการสงวน อนุรักษ์และคุ้มครอง เพื่อการรักษาระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพให้เกิดประโยชน์และความสมดุลทางธรรมชาติอย่างยั่งยืน ต่อไป