จำนวนผู้เข้าชมวันนี้

วันศุกร์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

สทป. กระทรวงกลาโหม ร่วม บ.เม็ททอล แอนด์รับเบอร์ จำกัด ส่งมอบยานเกราะล้อยางแบบ 4x4 ให้ราชอาณาจักรภูฏาน

สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ กระทรวงกลาโหม ร่วมกับบริษัท ชัยเสรี เม็ททอล แอนด์รับเบอร์ จำกัด จัดพิธีส่งมอบยานเกราะ ล้อยางแบบ 4x4 ให้ราชอาณาจักรภูฏาน โดยได้รับเกียรติจาก พลเอกชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธี โดยมี พลเอก พอพล มณีรินทร์ ประธานกรรมการสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ เป็นผู้แทนส่งมอบยานเกราะล้อยางแบบ 4x4 ให้กับ นายคินซัง ดอร์จิ เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรภูฏาน ประจำประเทศไทย


พลอากาศเอก ดร.ปรีชา ประดับมุข ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการส่งมอบ โดยภายในงานได้มี พลเอก วรเกียรติ รัตนานนท์ ปลัดกระทรวงกลาโหม พลเอก พลภัทร วรรณภักตร์ ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พลเอก ไพบูลย์ วรวรรณปรีชา ผู้อำนวยการศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร ผู้แทนเอกอัครราชทูต 6 ประเทศ และแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมแสดงความยินดีและเป็นสักขีพยาน ณ ห้องมีสุข อาคารสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (ศรีสมาน)

สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ กระทรวงกลาโหม ได้ร่วมกับ บริษัท ชัยเสรี เม็ททอล แอนด์ รับเบอร์ จำกัด วิจัยและพัฒนายานเกราะล้อยางแบบ 4x4 เพื่อผลิตและขายยานเกราะล้อยางทั้งในประเทศและต่างประเทศ และได้มีการร่วมจัดตั้ง “บริษัท ไทยดีเฟนส์อินดัสตรี จำกัด” โดย สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ กระทรวงกลาโหม ได้ดำเนินการส่งเสริมและสนับสนุน บริษัท ชัยเสรี เม็ททอล แอนด์ รับเบอร์ จำกัด ในการผลิตและขายยานเกราะล้อยางแบบ 4x4 

และกำหนดจัดพิธีส่งมอบยานเกราะล้อยางแบบ 4x4 จำนวน 15 คัน ที่บริษัทผลิตขึ้นภายในประเทศ ให้กับรัฐบาลราชอาณาจักรภูฏาน เพื่อนำไปใช้ในภารกิจรักษาสันติภาพ ณ สาธารณรัฐแอฟริกากลาง ที่สามารถสร้างอุตสาหกรรมป้องกันประเทศให้เกิดเป็นรูปธรรม สามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศ และการพึ่งพาตนเองด้านยุทโธปกรณ์ของประเทศไทย โดยการส่งมอบยานเกราะล้อยางแบบ 4x4 ให้กับราชอาณาจักรภูฏาน จำนวน 15 คัน 

ในครั้งนี้ จะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นและความสัมพันธ์อันดีระหว่างรัฐบาลทั้งสองประเทศเป็นการสะท้อนภาพให้เห็นว่ารัฐบาลรวมถึงภาคเอกชนไทยมีส่วนร่วมในการสนับสนุนภารกิจรักษาสันติภาพของสหประชาชาติ การส่งเสริมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ รวมถึงการส่งเสริมและสนับสนุนภาคเอกชน โดยมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาต่อยอดและเพิ่มขีดความสามารถของทุกภาคฝ่ายในการประกอบกิจการอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ เพื่อให้เกิดการพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป

ถือเป็นความสามารถของคนไทยที่แสดงถึงศักยภาพในการวิจัยและพัฒนาได้อย่างชัดเจนและเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ กระทรวงกลาโหม ที่ได้มีส่วนร่วมในการสนับสนุนภารกิจต่าง ๆ อาทิ การต่อยอดองค์ความรู้ การวิจัยและพัฒนา รวมทั้งการส่งเสริมและสนับสนุนเชิงอุตสาหกรรมภายในประเทศร่วมกัน เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ก่อให้เกิดความคุ้มค่าด้านเศรษฐกิจ ช่วยลดการนำเข้าหรือการใช้เทคโนโลยีจากต่างประเทศที่มีต้นทุนสูง 


อีกทั้งยังเกิดความคุ้มค่าด้านความมั่นคงตอบสนองยุทธศาสตร์ของกระทรวงกลาโหม สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลในการส่งเสริมกิจการอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ รวมถึงความคุ้มค่าด้านการเมือง ก่อให้เกิดพันธมิตรทางยุทธศาสตร์บูรณาการและพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือตามแผนยุทธศาสตร์ของสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ กระทรวงกลาโหม