จิปาถะ ตอนที่ 35... มือปราบเหยี่ยวดำ… “ตำรวจมืออาชีพ”... “พ.ต.อ.บรรดล ตัณฑไพบูลย์” ผู้ปิดบัญชีแก๊ง “ตี๋ใหญ่”…ผู้อ่านคงจะจำเรื่องราวของโจรที่ชื่อ “ตี๋ใหญ่” ที่..ดาวบนดิน..เคยเขียนให้อ่านกันไปแล้วเมื่อไม่นาน...ผู้ที่ยุติความเป็นเสือร้ายที่ทำความเดือดร้อนให้กับผู้คนในเขตราชบุรี และหลายจังหวัดเรื่อยมาถึงกรุงเทพฯ นั้นก็คือ... “มือปราบเหยี่ยวดำ หรือ พ.ต.อ.บรรดล ตัณฑไพบูลย์ คนนี้นี่เอง ชีวิตท่านอยู่ในเงาดาวเงิน มายาวนานจนท่านเกษียณราชการ แต่ชีวิตจริงของท่านหาเกษียณไม่ ท่านยังคงใช้ความรู้ความสามารถส่งต่อเป็นวิทยาทานให้กับตำรวจทั่วไป และเป็นอาจารย์สอนนักเรียนนายร้อยตำรวจ ในวิชาสืบสวน วิชาที่ท่านเข้าใจถึงแก่นแท้ของมัน..ชีวิต
.
ราชการของท่านเริ่มจาก...นักเรียนพลตำรวจ ตำแหน่งลูกแถว ที่ไต่เต้าขึ้นไปเรื่อยๆ จนเป็นนายสิบ นายร้อย จนในที่สุดก็ได้ยศ ...พันตำรวจเอก ก่อนเกษียณอายุราชการ…ในชีวิตของ “มือปราบเหยี่ยวดำ” คนนี้ ท่านใช้ชีวิตเป็น “ตำรวจมืออาชีพ” ได้เกินร้อย สิ่งที่ทำให้ท่านพูดได้เต็มปากว่า ... “มีตำรวจไว้ทำไม” ในหนังสือที่ท่านเขียนจากประสบการณ์ และชีวิตรับราชการของท่านที่ได้พบเจอ เรื่อง “มือปราบเหยี่ยวดำ” ท่านตอบโจทย์ได้อย่างถูกต้องจากประสบการณ์ และงานที่ทำ ในหนังสือที่ท่านเขียนไว้ ชัดเจนในความหมายได้ทุกเรื่อง..จนกระทั่งได้ทำเป็นละครโทรทัศน์สื่อให้เห็นถึงการทำงานของตำรวจมืออาชีพ ที่ท่านบอกว่า ... “ประชาชนควรรู้”...ท่านเป็นหนึ่งในขบวนการปราบแก๊ง “ตี๋ใหญ่” และรับบทบาทสำคัญ
.
ในฐานะ “สายลับ” ที่ต้องปลอมไปอยู่กับแก๊ง “ตี๋ใหญ่” จอมโจรจากราชบุรีที่สร้างความเดือดร้อนหลายจังหวัด...นายตำรวจผู้นี้หลังจากมีส่วนในการ “เช็คบิล” ตี๋ใหญ่ ตำรวจชั้นประทวนรายนี้ก็ได้เลื่อนยศและได้รับมอบหมายให้ทำงานทั้งสืบสวนและปราบปรามอีกนับสิบนับร้อยคดี จนชั่วระยะเวลาหนึ่งก็ได้ขึ้นกลับไปรับราชการที่จังหวัดเชียงใหม่ ที่ท่านเคยเรียนหนังสือสมัยเป็นเด็ก เพราะเป็นคนลำปาง และไปได้ฉายา “มือปราบเหยี่ยวดำ” ที่เชียงใหม่นี่เอง จากนั้นก็เข้ามาอยู่นครบาล ไปอยู่ภาคตะวันออก ไปอยู่ภาคใต้เป็นผู้กำกับทุ่งสง แล้วก็กลับมาอยู่นครบาลอีก ก่อนจะไปเกษียณอายุที่สระบุรี ในชีวิตของการเป็น “มือปราบเหยี่ยวดำ” ไม่สวยหรูอย่างที่คิด เพราะท่านเจอะเจอกับเรื่อสารพัด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ต้อง
.
เสี่ยงชีวิตหลาย ๆ ครั้ง แต่ท่านก็ไม่เคยกลัว การถูกกลั่นแกล้ง และไม่ถูกใจผู้บังคับบัญชา ท่านก็โดนมามากมาย ซึ่งท่านก็ชินกับมัน เพราะในวงการตำรวจจะเป็นแบบนี้เรื่อยมา ไม่ใช่ของแปลกใหม่ แต่ท่านก็เป็นนักสู้จริง ๆ ไม่เคยย่อท้อต่ออุปสรรคใด ๆ ทั้งสิ้น เดินหน้าเป็นมือปราบอย่างแท้จริง...เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายในทุกๆพื้นที่ที่ไปอยู่ เคยถูกยิงถึงท้องทะลุก็เจอมาแล้ว แต่ก็แน่นอน ท่านก็ดับโจรร้ายไปหลายๆชีวิตเหมือนกัน การทำงานของท่านไม่เคยนึกถึงแต่ตัวเองฝ่ายเดียว ท่านไม่เคยทอดทิ้งผู้บังคับบัญชา ผู้ใต้บังคับบัญชา ท่านทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่ ใจแลกใจ.. “ทำงานอย่างตำรวจมืออาชีพ” ท่านมีผู้บังคับบัญชาที่เป็นแบบอย่างที่ดีสำหรับการทำงานที่ดีของท่าน ขอยกข้อเขียนส่วนหนึ่งที่ท่านเขียนถึงผู้บังคับ
.
บัญชาในหัวใจ... “มีนายที่ใจถึงที่สุด ใจนักเลง ไม่เคยกลัวตาย นายอยู่ที่ไหน เจ้าพ่อ หรือพวกมาเฟียหนีหมด นายไม่กินสินบน ใครอาจไม่ชอบนายผมบ้าง..แต่ท่านเป็น "วีรบุรุษนาแก" สิ่งนี้ใครก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงความจริงที่เป็นความดีที่ท่านสร้างไว้ได้.. ตำรวจยุคนี้ไม่เหลือตำรวจ "ใจถึง" แบบยุคผมแล้วครับ น้อยลงทุกที วิ่งหาตำแหน่งกันอย่างเดียว คนไม่เคยจับผู้ร้าย ไม่เคยยิงปืนสู้กับผู้ร้ายขึ้นตำแหน่งกันหมด...คนทำงานก็ก้มหน้าทำกันไปครับ แต่แรงใจน้อยลงทุกวัน แทบไม่เหลือแบบยุคผมแล้ว ท่านรู้มั้ย แต่ละครั้งที่เราจับ "คนร้าย" ได้ พวกเรามีความสุขกันขนาดไหน... ปัจจุบัน ภาษีที่
.
ประชาชนจ่ายค่าแรงเราเพื่อคุ้มครองพวกเค้า เรา(บางนาย)ทำงานกันได้ถึง 10% ของค่าแรงที่ประชาชนมอบให้หรือไม่ หรือแค่แต่งเครื่องแบบกันไปวันๆ”...ทั้งหมดนี้คือคำพูดที่ “มือปราบเหยี่ยวดำ” พูดถึงผู้บังคับบัญชาที่เป็นแบบอย่างในการทำงาน..ตำรวจมืออาชีพ...ดาวบนดิน...นำเสนอเรื่องราวของท่าน...เพื่อให้การทำงานตำรวจแบบมืออาชีพของท่านเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับตำรวจรุ่นหลังต่อไป ค่ะ กลับมาติดตามกันได้ใหม่กับเรื่องดี ๆ ผ่าน เพจ@asiamorning1 และ Blogger ข่าว ของ Asia Morning News https://asiamorningnews1.blogspot.com นะคะ...
.
ดาวบนดิน.







