จำนวนผู้เข้าชมวันนี้

วันจันทร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566

ททท.กาญจนบุรี ชี้เป้า 1 ที่พัก 4 จุดเช็คอินตำบลบ้านเก่า เส้นทางท่องเที่ยวที่ห้ามพลาด

บ้านเก่า เป็นตำบลเล็ก ๆ ริมฝั่งแม่น้ำแควน้อย อยู่ในเขตอำเภอเมืองกาญจนบุรี อยู่ห่างไปทางทิศเหนือประมาณ ๓๕ กิโลเมตร เป็นสถานที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ เนื่องจากได้มีเชลยศึกชาวฮอลันดาซึ่งถูกเกณฑ์ให้มาสร้างทางรถไฟสายมรณะคนหนึ่งชื่อ ดร.แวน ฮิคเดอเรน ได้พบเครื่องมือสมัยหินหลายชิ้นในบริเวณนี้จึงเก็บรวบรวมไว้ และได้บันทึกเรื่องราวเปิดเผยเกี่ยวกับสิ่งที่ค้นพบออกเผยแพร่ 



นักโบราณคดี นักมานุษยวิทยา นักโบราณชีววิทยา นักธรณีวิทยา ฯลฯ ทั้งที่เป็นชาวไทย และชาวต่างประเทศได้ร่วมมือกันสำรวจ และศึกษาค้นคว้าเรื่องราวของบ้านเก่า ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๓ เป็นต้นมา ผลการศึกษาค้นคว้าพบหลักฐานว่า ตำบลบ้านเก่าเคยเป็นที่อยู่อาศัยของคนตั้งแต่ประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ ปีเศษมาแล้ว จากการค้นพบเรื่องราวของมนุษย์สมัยก่อนประวัติศาสตร์ที่บ้านเก่า ทำให้บ้านเก่ากลายเป็นสถานที่ดึงดูดใจนักประวัติศาสตร์ และนักโบราณคดีเป็นจำนวนมาก สำหรับที่แรก





พิพิธภัณฑ์บ้านเก่า เป็นพิพิธภัณฑ์ค่อนข้างเล็ก เก็บรักษาเฉพาะโบราณวัตถุที่ค้นพบที่บ้านเก่า มีโครงกระดูกของมนุษย์ในยุคหินจัดวางอยู่บนแท่นดินที่ขุดลงไปในดิน ให้ได้ระดับเดียวกับที่พบโครงกระดูก ส่วนเครื่องมือเครื่องใช้ในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ที่พบในบริเวณเดียวกัน เช่น ขวานหิน หรือที่เรียกขวานฟ้า เครื่องประดับต่าง ๆ ที่ทำจากหอย เครื่องปั้นดินเผา และสิ่งอื่น ๆ วางประดับอยู่ในพิพิธภัณฑ์



หลักฐานที่พบ โครงกระดูกของมนุษย์ในยุคหิน เครื่องมือหินกะเทาะจากหินกรวด ขวานหินขัดสมัยใหม่ จากการตรวจสอบพบว่าเป็นเครื่องมือยุคหินใหม่ จึงเรียกเครื่องมือหินนี้ว่าวัฒนธรรมแฟงน้อย ( fengnoi culture) หรือวัฒนธรรมแควน้อย เส้นทางเข้าสู่พิพิธภัณฑ์บ้านเก่า เดินทางโดยรถไฟหรือรถยนต์ก็ได้ มาที่วัดท่าโป๊ะ ระยะทาง ๒ กิโลเมตร แต่เดินทางโดยรถยนต์จะสะดวกมากกว่า 

ปราสาทเมืองสิงห์ มรดกขอมกว่า 2.000 ปี ตั้งโดดเดี่ยวบริเวณริมแม่น้ำแควน้อย จ.กาญจนบุรี น่าจะเป็นปราสาทขอมเพียงแห่งเดียวในพื้นที่ภาคตะวันตกของประเทศไทย ตั้งอยู่ที่ตำบลสิงห์ อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี บริเวณนี้เคยเป็นเมืองโบราที่เรียกว่า “เมืองสิงห์” แต่ก่อนหน้าจะเป็นเมืองสิงห์นั้น นักโบราณคดีมีการขุดค้นพบหลักฐานเก่าแก่ที่สุดนอกกำแพงเมืองด้านทิศใต้ บริเวณริมแม่น้ำแควน้อย 


เป็นหลุมฝังศพมนุษย์และเครื่องมือเครื่องใช้ที่ฝังร่วมกับศพ อาทิ ภาชนะดินเผา แวดินเผา ภาชนะสำริด (ขวาน ทัพพี กำไล) ลูกปัดหินอะเกตและคาร์นีเลียน กำไลหิน ลูกปัดแก้ว กำไลเปลือกหอย ฯลฯ กำหนดอายุอยู่ในราวปลายยุคโลหะสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ประมาณ 2,000 ปีมาแล้ว แสดงให้เห็นว่าบริเวณนี้มีคนเข้ามาทำกิจกรรมก่อนหน้าที่จะมีการสร้างเมืองเป็นเวลานานนับพันปี 





แต่น่าเสียดายไม่ปรากฏหลักฐานแสดงความต่อเนื่องทางวัฒนธรรมของบริเวณนี้จากสมัยก่อนประวัติศาสตร์มาสู่ยุคที่มีการสร้างเมือง ลุมาถึงสมัยเมืองสิงห์ ช่วงเวลาที่มีการสร้างเมือง ปรากฏหลักฐานอยู่จำนวนมาก ผังเมืองรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ขนาดพื้นที่ประมาณ 1 ตารางกิโลเมตร มีคูเมือง คันดิน และกำแพงเมืองศิลาแลงล้อมรอบ กลางเมืองมีโบราณสถานทรงปราสาทสร้างขึ้น




ตามลักษณะศิลปะขอมแบบบายน โบราณวัตถุที่เป็นประติมากรรมตามลักษณะศิลปะขอมแบบเดียวกัน จากลักษณะศิลปกรรมสามารถกำหนดอายุปราสาทหลังนี้ น่าจะสร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 18 หรือในรัชสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 (พ.ศ.1720 ถึง 1780) กษัตริย์นักสร้างปราสาทขอม นอกจากนี้ในศิลาจารึกที่ปราสาทพระขรรค์ เมืองพระนคร ประเทศกัมพูชา ทำขึ้นโดยเจ้าชายวีรกุมาร




โอรสของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 มีข้อความสรรเสริญและตอนหนึ่งกล่าวถึงชื่อเมืองต่างๆ 23 หัวเมือง ที่พระราชบิดาประดิษฐานพระชัยพุทธมหานาถ อันเป็นรูปฉลองพระองค์ ได้ระบุชื่อเมือง 6 เมือง สันนิษฐานว่าอยู่ในเขตภาคกลางของประเทศไทย ได้แก่ ลโวทยะปุระ (เมืองละโว้หรือลพบุรี พระปรางค์สามยอด) สุวรรณปุระ (เมืองโบราณที่เนินทางพระ อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี) ศัมพูกปัฏฏนะ 


(เมืองโบราณที่สระโกสินารายณ์ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี) ชัยราชบุรี (วัดมหาธาตุ อ.เมือง จ.ราชบุรี) ศรีชยวัชรบุรี (วัดกำแพงแลง อ.เมือง จ.เพชรบุรี) และ ศรีชัยสิงหบุรี เชื่อกันว่าคือเมืองสิงห์ ที่ตั้งปราสาทเมืองสิงห์ จ.กาญจนบุรี จุดเช็คอินที่ 3 

มืองมัลลิกา ร.ศ. ๑๒๔ "เมืองแห่งวัฒนธรรม และวิถีชน" ใครชื่นชอบละครเรื่อง"บุพเพสันวาส" คงจะต้องหลงรักเมืองมัลลิกา ซึ่งเป็นเมืองย้อนยุคของวิถีชีวิตชาวสยาม บริเวณลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ วิถีชีวิตของชาวสยามในยุค ร.ศ.๑๒๔ มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นมากมายหลายด้าน ที่เด่นชัดมากคือการประกาศเลิกทาส 




เมื่อทาสได้รับความเป็นไทพวกเขาต้องใช้ชีวิตอยู่อาศัยและทำมาหากินด้วยตนเอง ไม่ได้อยู่ภายใต้อาณัติหรือการดูแลของบรรดาเจ้าขุนมูลนายอีกต่อไป พวกเขาต้องดำรงชีวิตให้อยู่รอด พึ่งตนเอง และอยู่ร่วมกับคนสยามทุกหมู่เหล่า การปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตเหล่านี้นับเป็นรากเหง้าสำคัญของคนไทยในยุคปัจจุบัน จุดน่าสนใจของที่นี่คือ การจำลองวิถีชีวิตของคนในสมัย ร.ศ.๑๒๔






จนถึงการทักทายต้อนรับนักท่องเที่ยวก็เป็นภาษาโบราณ ตลอดจนชื่ออาหารต่างๆที่ไม่คุ้นหู เหมือนเราได้ย้อนยุคกลับไปในสมัยนั้น สำหรับเมืองมัลลิกามีจุดถ่ายรูปมากมาย เช่น ย่านการค้า หอชมเมือง เรือนเดี่ยว เรือนคหบดี โรงครัว เรือนแพ เยาวราช และจุดอื่นๆที่น่าสนใจ ฯลฯ








วัดถ้ำพุหว้า ถ้ำกลางป่า ศิลปะแบบขอมประยุกต์ที่สวยงาม เป็นวัดป่าอยู่ในอ้อม กอดของขุนเขามีบรรยากาศร่มรื่น ตัวปราสาทหินทราย มีลวดลายสวยงาม ถ่ายรูปมุมไหนก็สวย ภายนอกของความสวยงามนั้น ได้ครอบคลุมถ้ำไว้ทางด้านล่าง เมื่อเดินเข้าไปในพระอุโบสถก็จะถึงปากทางเข้าถ้ำ ซึ่งภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยสวยงามตามธรรมชาติมีปล่องแสงภายในถ้ำเพื่อให้แสงส่องลงมา 


มีพระพุทธรูปหลายองค์ รวมถึงพระบรมสารีริกธาตุที่อัญเชิญมาจากเมียนมาประดิษฐานไว้ให้นักท่องเที่ยวได้สักการะบูชา มีพระพุทธรูปปางสมาธิ ประดิษฐานเป็นองค์ประธาน ใกล้กับพระอุโบสถยังมีพระพุทธรูปขนาดใหญ่เพื่อให้ พุทธศาสนิกชนได้กราบไหว้อีกด้วย สำหรับ “วัดถ้ำพุหว้า” ตั้งอยู่ ต.หนองหญ้า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี เป็นสาขาหนึ่งของวัดปากน้ำ วัดถ้ำพุหว้าเป็นถ้ำลักษณะเป็นห้องโถงขนาดใหญ่ 



มีการค้นพบหลักฐานว่า เมื่อก่อนนั้น วัดถ้ำพุหว้า เคยเป็นสำนักสงฆ์มาก่อน เมื่อราว 20 กว่าปีที่แล้ว พระอาจารย์สุพจน์ ธมมรโต ได้ธุดงค์มาอาศัยปฏิบัติธรรมอยู่ในที่ ถ้ำพุหว้า ทำให้ต่อมาธรรมะได้เผยแพร่ไปสู่ชาวบ้าน เลยทำให้ที่นี่กลายเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม นั่งวิปัสสนาที่พุทธศาสนิกชนต่างเลื่อมใส จนได้ยกฐานะเป็นวัดในปี พ.ศ. 2537 โดยเจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญโญ) 




วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ และได้ตั้งชื่อวัดว่า วัดถ้ำพุหว้าธรรมกายาราม และยังเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมที่สามารถรองรับคนได้ถึง 500 คน มีทั้งอาคารที่พัก ห้องนอน โรงอาหาร ห้องน้ำ และฐานผจญภัย ต่างๆ พร้อมวิทยากรฝึกอบรม นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ มาสักการะ เยี่ยมชมอุโบสถถ้ำเป็นจำนวนมาก 






วัดถ้ำพุหว้าเปิดให้เยี่ยมชมทุกวันโดยไม่เสียค่าเข้าชม สุดท้ายขอแนะนำที่พัก บ้านไร่ ริเวอร์แควรีสอร์ท รีสอร์ทติดริมแม่น้ำแควน้อย ตั้งอยู่ในชุมชนตำบลบ้านเก่า รีสอร์ทแห่งนี้มีกิจกรรมไว้ค่อยต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนมากมาย เช่น ตักบาตรแพเปียก ล่องแพรับประทานอาหาร ล่องแพเปียก ปั่นจักรยาน พายเรือคายัค บินพารามอเตอร์(ต้องติดต่อล่วงหน้า) ห้องพักสะอาด อาหารอร่อย แถมบริการดีอีกด้วย เที่ยวเมืองกาญจน์ Amazing ยิ่งกว่าเดิม